OCEAN Health ทำเลสิก: เปลี่ยนสายตา เปลี่ยนชีวิต

ทำเลสิก: เปลี่ยนสายตา เปลี่ยนชีวิต


เลสิกคืออะไร?

เลสิก (LASIK) เป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ปฏิวัติวงการจักษุวิทยาในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา คำว่า “เลสิก” ย่อมาจาก Laser-Assisted In Situ Keratomileusis ซึ่งเป็นภาษากรีกที่มีความหมายว่า “การแต่งรูปกระจกตาด้วยเลเซอร์” เทคนิคนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาทางสายตาที่พบบ่อย เช่น สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง

กระบวนการเลสิกเริ่มต้นด้วยการสร้างแผ่นบางๆ (flap) บนผิวกระจกตาด้วยเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า เฟมโตเลเซอร์หรือไมโครเคราโตม แผ่นบางนี้จะถูกพับขึ้นเพื่อเปิดเผยชั้นในของกระจกตา จากนั้น แพทย์จะใช้เลเซอร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ ยิงไปที่ชั้นในของกระจกตาเพื่อปรับแต่งรูปร่างให้เหมาะสมกับสายตาของผู้ป่วย โดยกระบวนการนี้จะถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ที่ได้รับการตั้งโปรแกรมตามข้อมูลสายตาของผู้ป่วยแต่ละราย ทำให้การรักษามีความแม่นยำสูง

หลังจากปรับแต่งกระจกตาเสร็จสิ้น แพทย์จะวางแผ่นบางกลับเข้าที่เดิม ซึ่งจะเชื่อมติดกันเองตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องเย็บแผล ข้อดีของวิธีนี้คือ ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวดน้อยมากและสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไป ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 1-2 วันหลังการผ่าตัด

ขั้นตอนการทำเลสิก

1. การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนการทำเลสิกมีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้แน่ใจว่าการผ่าตัดจะเป็นไปได้ด้วยดี ก่อนการทำเลสิก ผู้ป่วยจะต้องผ่านการตรวจสอบสภาพดวงตาอย่างละเอียด ซึ่งรวมถึงการตรวจสายตา, การตรวจสุขภาพกระจกตา, และการประเมินสุขภาพดวงตาโดยรวม การหยุดใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ล่วงหน้าหลายวันก่อนการผ่าตัดเป็นสิ่งที่แนะนำเพื่อให้การวัดดวงตาถูกต้อง

2. ขั้นตอนการผ่าตัด

ในขั้นตอนการผ่าตัดเลสิก แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการสร้างฟลัป ซึ่งเป็นแผ่นบาง ๆ ของกระจกตาที่สามารถเปิดออกได้ โดยใช้เครื่องมือพิเศษหรือเลเซอร์ femtosecond หลังจากนั้น แพทย์จะใช้เลเซอร์ Excimer เพื่อปรับรูปทรงของกระจกตา โดยการลบเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้แสงที่เข้าสู่ตาสามารถรวมตัวที่จุดที่ถูกต้องบนเรตินาได้ ฟลัปจะถูกนำกลับไปที่เดิมและติดอยู่โดยตัวมันเอง ซึ่งทำให้กระจกตาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

3. หลังการผ่าตัด

หลังการทำเลสิก ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายหรือมีอาการระคายเคืองชั่วคราว ซึ่งเป็นเรื่องปกติ การฟื้นตัวมักจะรวดเร็วและการมองเห็นจะเริ่มดีขึ้นภายในไม่กี่วัน การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงการใช้ยาหยอดตาและการหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ป่วยจะต้องกลับไปพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจสอบการฟื้นตัวและความก้าวหน้าของการมองเห็น

Related Post